✨ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) จัดการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและถอดบทเรียนแผนงานการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ไปใช้แก้ปัญหาวิกฤติฝุ่นละออง PM2.5 ภายใต้แผนงาน P24 ปีงบประมาณ 2566–2567 และการส่งต่อแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ปีงบประมาณ 2568–2569” ณ ห้องประชุม Eternity โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และนักวิจัยเข้าร่วมกว่า 120 ท่าน
✨ การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. และ ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. ได้ชี้แจงถึงความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณวิจัยโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ที่กองทุนส่งเสริม ววน.เห็นความสำคัญและมีการจัดสรรงบประมาณวิจัยเร่งด่วนแบบ fast track มาอย่างต่อเนื่อง
✨ โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม (อ.ก.พ.ร.) และนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ได้ถอดบทเรียนการสร้างระบบนิเวศภาครัฐแบบเปิดและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (Open Government & Meaningful Participation) ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อน โดยที่ผ่านมา สกสว. และ ก.พ.ร.ได้ร่วมกัน ทดลองผสานระบบการใช้ประโยชน์งานวิจัยเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่นำร่อง จังหวัดลำปาง สิงห์บุรี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ Sandbox รูปแบบ Government Innovation Lab ในการค้นหาปัญหาจากรากลึกในทุกมิติ จัดเรียงลำดับความสำคัญเชิงพื้นที่และผลักดันการใช้งานวิจัยเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาไปพร้อมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเชิงระบบเพื่อเพิ่มศักยภาพของนักวิจัยให้สามารถนำข้อมูลงานวิจัยมาร่วมผลักดันเชิงนโยบายไปพร้อมกับพัฒนาระบบราชการ
✨ นอกจากนี้ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญของเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เรื่อง “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM 2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)” (ปี68-69) และ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับติดตามแผนงานการนำ ววน. ไปใช้แก้ปัญหาวิกฤติฝุ่นละออง PM2.5 ภายใต้แผนงาน P24 (ปี66-67) ได้ร่วมกันนำเวทีการระดมสมอง เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานวิจัยสำหรับส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เช่น นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผศ.ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ดร.สมคิด แก้วทิพย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมชุมชน รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ร่วมด้วย ผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
🌫️ แม้ฝุ่นควันจะไม่หายไปทั้งหมด แต่ผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายบนฐานข้อมูลและงานวิจัยในช่วงปีงบประมาณ 2566–2567 ตามแผนงานการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภายใต้แผนงานแก้ไขปัญหาวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ (P24) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบชัดเจน ครอบคลุมมิติการแก้ไขปัญหา 6 มิติ คือ การพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการไฟป่าเชิงบูรณาการ การปรับระบบเกษตรเพื่อลดการเผาในพื้นที่สูง การเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการบริหารจัดการที่แม่นยำ การลดมลพิษจากการคมนาคม การจัดการฝุ่นข้ามแดน และการสนับสนุนงานวิจัยเชิงนโยบายตลอดจนการสื่อสารเชิงรุก ซึ่งปรากฏความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
🚩🪾 ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายกว่า 20 แห่งได้ร่วมจัดทำ co-management plan ร่วมกับกรมอุทยานในการวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ สร้างอาชีพทางเลือกและกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งมีการนำแนวทาง Payment for Ecosystem Services (PES) มาใช้สร้างแรงจูงใจในการดูแลป่าไม้และป้องกันไฟป่า มีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงการนำเทคโนโลยี UAV และระบบตรวจจับไฟด้วยปัญญาประดิษฐ์มาใช้เสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและลด Hotspot ในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างชัดเจน ในชุมชนต้นแบบ มีการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อม การประเมินคาร์บอนเครดิต โดยคาดการณ์ว่าจะสนับสนุนชุมชนเพื่อลดการเผาในพื้นที่ป่าได้อย่างน้อยปีละ 200,000 บาท นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาระบบการคาดการณ์เชื้อเพลิงในป่าที่นำไปสู่การสร้างแนวกันไฟที่คุ้มค่า ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
🚩🧑🏻‍🌾 ในภาคเกษตรกรรม ได้สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่สูงปรับเปลี่ยนระบบการเพาะปลูกไปสู่การทำเกษตรไม่เผา เกษตรกรกว่า 2,200 รายได้รับการส่งเสริมวิถีการเกษตรไม่เผา และการจัดการเศษวัสดุการเกษตร ทำให้เกษตรกรกว่า 400 รายมีทางเลือกในการประกอบอาชีพใหม่ พร้อมพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free ในเมล็ดข้าวโพดจนสามารถประกาศใช้สำเร็จ และระบบ Traceability ติดตามเมล็ดพืชไม่เผาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านตลาด และกำลังผลักดันผลัดกันให้เข้าสู่มาตรฐานการผลิตอาหารสัตว์และมาตราฐานการค้าพืชอาหารสัตว์ในระดับอาเซียน
📈📂 มีการพัฒนาระบบ Big Data พัฒนาระบบการติดตาม และรับมือสถานการณ์ฝุ่นในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของ war room ระดับจังหวัด โดยในปี 2567 จ. เชียงใหม่ สามารถลดการเกิดไฟลด 30% จากการใช้ข้อมูลในการสนับสนุนบริหารจัดการในพื้นที่ นอกจากนี้ข้อมูลจากงานวิจัยได้ถูกนำไปสนับสนุนการจัดทำแผนระยะ 5 ปี PM2.5 และสนับสนุนข้อมูล พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ขณะนี้กำลังรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนก่อนจะเข้าพิจารณาในสภา
การลดฝุ่นภาคคมนาคม มีการพัฒนาเทคโนโลยีการวิเคราะห์ภาพจากกล้อง CCTV เพื่อลดการนำเข้าเซนเซอร์ลง 12 ล้านบาท ต่อ 1 สถานีตรวจวัด คาดว่าจะสามารถสนับสนุนนโยบาย Low Emission Zone ในกรุงเทพฯต่อไป
🌫️ สำหรับฝุ่นควันข้ามแดน งานวิจัยได้เป็นส่วนหนึ่งในการ ผลักดันให้เกิดแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน (CLEAR Sky Strategy) เพื่อสนับสนุนการลดฝุ่นข้ามแดน ด้วยการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศลาว และเมียร์มาร์ตามแนวชายแดนแบบเมืองพี่เมืองน้อง โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดการเผา การติดตั้งเซนเซอร์วัดฝุ่น และการติดตามสถานการณ์ฝุ่น
✨📝 การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีสรุปความสำเร็จในเชิงปฏิบัติการ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ที่จะขยายผลไปยัง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนในปีงบประมาณ 2568–2569 โดยมุ่งเน้นความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในระยะยาว โดย สกสว. จะนำผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากทุกโครงการวิจัยมารวบรวมเป็นข้อข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งมอบให้กับสภานโยบายและคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป
Categories: NEWS

0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *